================================================================ TRANSCRIPT: ประชุม PLC กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ครั้งที่ ๗/๒๕๖๙ ================================================================ วัน/เวลา : วันพุธที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๕:๓๐–๑๖:๐๐ น. สถานที่ : ห้องกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ อาคาร ๒ ชั้น ๒ ผู้เข้าร่วม: ครูสุดา, ครูอ้อม, ครูปู่, ครูใหม่, ครูนก (ครูมิ้นท์ลา) ผู้ดำเนินรายการ: ครูสุดา ผู้บันทึก: ครูนก ================================================================ [00:00 – 03:00] เปิดประชุม ================================================================ ครูสุดา: สวัสดีค่ะทุกคน ขอบคุณที่เสียสละเวลามาประชุม PLC ครั้งที่ ๗ นะคะ วันนี้เรามีประเด็นสำคัญจากครูอ้อมที่อยากนำเสนอปัญหาในห้องเรียน ม.๒/๑ ก่อนอื่น ขอเช็คผู้เข้าประชุมนะคะ มีครูอ้อม ครูปู่ ครูใหม่ ครูนกเลขาฯ ส่วนครูมิ้นท์ขอลา เพราะติดสอนแทนคาบ ๖ ครูนก: รับทราบค่ะ จดไว้แล้ว ครูสุดา: ก่อนเข้าวาระ ขอทบทวนมติจากครั้งที่แล้วนะคะ เราตกลงกันว่าครูปู่จะลองใช้เทคนิค Think-Pair-Share กับ ม.๑/๒ เรื่องการบวก-ลบจำนวนเต็ม ครูปู่มีอะไรจะเล่าไหมคะ ครูปู่: ครับ ลองใช้แล้ว ๒ สัปดาห์ ผลดีกว่าที่คิดครับ เด็กที่เคยเงียบๆ เริ่มกล้าพูด คะแนนทดสอบย่อยเฉลี่ยเพิ่มจาก ๕๘ เป็น ๖๗ จากเต็ม ๑๐๐ แต่ก็ยังมีเด็ก ๓ คนที่ไม่เข้าใจเลย ผมว่าต้องช่วยเป็นรายคน ครูสุดา: ขอบคุณค่ะครูปู่ ผลดีเลยนะคะ เดี๋ยวเรามาคุยเรื่องเด็ก ๓ คนในประเด็นอื่น ตอนนี้ขอเชิญครูอ้อมนำเสนอปัญหาที่เตรียมมาค่ะ ================================================================ [03:00 – 09:00] ครูอ้อมนำเสนอปัญหา ================================================================ ครูอ้อม: สวัสดีค่ะ เรื่องที่อยากคุยวันนี้คือ นักเรียน ม.๒/๑ ทำโจทย์ปัญหาเรื่องเศษส่วนไม่ได้ค่ะ มีปัญหามาตั้งแต่ต้นเทอม แต่ช่วงหลังเริ่มหนักขึ้น ครูอ้อม: จำนวนห้องมี ๓๐ คน จากสอบเก็บคะแนนครั้งที่ ๓ มี ๑๒ คน หรือ ๔๐% ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ๖๐% โดยเฉพาะข้อที่เป็นโจทย์ปัญหา เด็กเกือบทั้งห้องไปไม่เป็น แต่ข้อที่เป็นการคำนวณตรงๆ ไม่มีโจทย์ คะแนนดีกว่าเยอะ ครูอ้อม: ยกตัวอย่างนะคะ ข้อที่ว่า "แม่มีขนม ๒ ใน ๓ ของถาด แจกลูกไป ๑ ใน ๖ เหลือเท่าไหร่" มีเด็กทำถูกแค่ ๘ คน จาก ๓๐ คน ข้อที่เป็น ๒/๓ − ๑/๖ ตรงๆ เด็กทำได้ ๒๔ คน ครูใหม่: แสดงว่าเด็กคิดเลขได้ แต่อ่านโจทย์ไม่ออกใช่ไหมคะ ครูอ้อม: ใช่ค่ะ เด็กบอกว่า "อ่านแล้วไม่รู้จะเอาอะไรมาเลย ไม่รู้ว่าโจทย์ให้ลบ หรือบวก หรืออะไร" บางคนเห็นเลขเศษส่วน ๒ ตัว ก็บวกอัตโนมัติ ไม่ได้คิด ครูปู่: ผมสังเกตแบบเดียวกันนะครับ เด็ก ม.ต้น เดี๋ยวนี้ reading comprehension ต่ำลงเยอะ ไม่ใช่แค่ปัญหาคณิตฯ เลยครับ ภาษาไทยก็เจอ ครูอ้อม: ใช่ค่ะ คุยกับครูภาษาไทยแล้ว บอกว่าอ่านจับใจความไม่ได้ด้วย เลยสะท้อนมาที่คณิตเต็มๆ ครูสุดา: ขอถามรายละเอียดหน่อยนะคะ ครูอ้อมลองทำอะไรมาแล้วบ้าง ครูอ้อม: ลองสอนซ้ำ ๓ ครั้ง อธิบายแบบช้าๆ ทำแบบฝึกเพิ่มอีก ๒๐ ข้อ ให้การบ้านกลับบ้าน แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม เด็กเก่งก็เก่งขึ้น เด็กอ่อนก็ยังอ่อน ที่น่ากลัวคือ เด็กกลุ่มกลางๆ เริ่มถอยมาเป็นกลุ่มอ่อนเพิ่มขึ้น รู้สึกว่าเด็กเริ่มยอมแพ้แล้ว ================================================================ [09:00 – 20:00] การอภิปรายร่วมกัน ================================================================ ครูสุดา: ขอบคุณที่เล่าละเอียดนะคะ เห็นภาพชัดเลย ใครมีความคิดเห็น ก่อนหน้านี้มีใครเคยเจอปัญหานี้แล้วแก้ได้บ้าง ครูปู่: ผมเจอคล้ายๆ กันกับ ม.๓ เรื่องโจทย์ปัญหาเปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้ว ผมลองใช้ Bar Model ครับ วิธีของสิงคโปร์ ให้เด็กวาดแท่งๆ แทนข้อมูล ครูใหม่: Bar Model คืออะไรคะ ไม่เคยได้ยิน ครูปู่: เป็นการแปลงโจทย์ที่เป็นคำ ให้เป็นภาพ ก่อนที่จะคำนวณ สมมติโจทย์บอกว่า "สมชายมีเงิน ๒๐๐ บาท แม่ให้เพิ่ม ๑/๔ ของที่มี ตอนนี้มีเท่าไหร่" แทนที่เด็กจะงงว่าจะทำยังไง ให้วาดแท่งแทน ๒๐๐ ก่อน แล้วแบ่งเป็น ๔ ส่วน เพิ่มอีก ๑ ส่วน เด็กเห็นภาพทันที ครูนก: น่าสนใจค่ะ มีงานวิจัยรองรับไหมคะ ครูปู่: มีครับ สิงคโปร์ใช้วิธีนี้เป็นหลักสูตรมาตั้งแต่ยุค ๘๐ ได้ที่ ๑ TIMSS หลายรอบ ในไทยก็มีงานวิจัยครูในจุฬาฯ กับ มศว ทำในระดับประถมมาแล้ว ได้ผลดีครับ ครูอ้อม: แต่ Bar Model ใช้กับเศษส่วนได้ไหมคะ ดูเหมือนเหมาะกับจำนวนเต็มมากกว่า ครูปู่: ได้ครับ เศษส่วนยิ่งเหมาะ เพราะ Bar Model คือการแบ่งแท่งเป็นส่วนๆ ซึ่งเป็นนิยามของเศษส่วนอยู่แล้ว จาก ๒/๓ ก็แบ่งแท่งเป็น ๓ ส่วน แรเงา ๒ ส่วน ครูใหม่: อยากเห็นตัวอย่างจังเลยค่ะ ช่วงหลังเลิกประชุมขอดูได้ไหมคะ ครูปู่: ได้เลยครับ ครูสุดา: ครูใหม่ลองเสนอไอเดียเพิ่มไหมคะ ครูใหม่: ค่ะ คือหนูคิดว่า อาจจะเป็นเรื่องที่เด็กไม่กล้าถาม คาบเดียว ๕๐ นาที ครูอ้อมก็สอนเร็วเพราะต้องตามหลักสูตร เด็กที่ไม่เข้าใจอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ไม่กล้ายกมือถาม ครูใหม่: เคยเจอแบบนี้ตอนฝึกสอน ปกติจะใช้เทคนิค Think-Pair-Share ให้เด็กคิดคนเดียวก่อน ๑ นาที แล้วคุยกับเพื่อนข้างๆ ๒ นาที แล้วค่อยแชร์ในห้อง ทำให้เด็กขี้อายกล้าพูดมากขึ้น เพราะได้คุยกับเพื่อนก่อน ครูปู่: อันนี้ผมเห็นด้วย ใช้กับ ม.๑/๒ ได้ผลดีมาก ครูสุดา: ดีค่ะ ถ้าเราเอา Bar Model มาผสมกับ Think-Pair-Share ก็น่าจะเป็นแนวทาง ครูอ้อมว่ายังไงคะ ครูอ้อม: พอจะเห็นภาพละค่ะ แต่มีความกังวลนิดหนึ่ง ถ้าต้องให้เด็กวาดภาพทุกข้อ เวลาสอนก็จะช้าลง หลักสูตรจะไม่ทัน ครูปู่: ช่วงแรกช้าจริงครับ ประมาณ ๒-๓ สัปดาห์ เด็กต้องเรียนวิธีวาด แต่พอเขาคล่องแล้ว เร็วกว่าเดิมเยอะครับ เพราะเขาคิดผ่านภาพได้เอง ไม่ต้องมาถามครูทุกข้อ ครูนก: ขอเสนอเพิ่มค่ะ ที่บ้านหนู ลูกชาย ป.๕ ใช้ app ชื่อ Thinking Blocks เป็น Bar Model online ให้เด็กลากบล็อกเอง ฟรี น่าจะลองให้เด็กฝึกเองที่บ้านได้ ครูอ้อม: เอ่อ เด็กบ้านเรา บางคนไม่มีอุปกรณ์ที่บ้านเลยนะคะ ครูนก: อืม จริงค่ะ ลืมไปว่าโรงเรียนเรา ฐานะไม่เหมือนในเมือง ครูใหม่: งั้นอาจจะใช้ที่โรงเรียนในคาบคอมฯ แทนไหมคะ หรือให้ยืม tablet โรงเรียนช่วงพักกลางวัน ครูสุดา: ประเด็น digital divide นี่สำคัญนะคะ ขอจดเป็น action item ให้ฝ่ายไอทีพิจารณา ตอนนี้มาคุยต่อเรื่องวิธีนำ Bar Model ไปใช้ในห้องค่ะ ครูปู่มีแผนว่าจะเริ่มยังไง ================================================================ [20:00 – 27:00] สรุปแนวทางและมติ ================================================================ ครูปู่: ขอเสนอเป็นแผน ๔ สัปดาห์นะครับ สัปดาห์ที่ ๑ ครูอ้อมให้ผมเข้าสังเกตการสอน ๑ คาบ เพื่อดูว่าจุดไหนเด็กติดจริงๆ สัปดาห์ที่ ๒ ผมกับครูอ้อมร่วมออกแบบใบงาน Bar Model ๑ ชุด สัปดาห์ที่ ๓-๔ ครูอ้อมใช้ในห้อง ผมเข้าสังเกต ๑-๒ ครั้ง ครูอ้อม: โอเคค่ะ แต่ขอถามก่อน เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ดี ครูปู่: เริ่มจันทร์หน้าได้ไหมครับ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ครูอ้อม: ได้ค่ะ ครูสุดา: ดีค่ะ แล้วเราจะนัดมาสะท้อนผลกันเมื่อไหร่ ครูปู่: PLC ครั้งที่ ๑๑ ครับ วันที่ ๒๑ สิงหาคม หลังทดลอง ๔ สัปดาห์เต็ม ครูอ้อม: ถึงตอนนั้น ฉันจะทำ pre-test/post-test เปรียบเทียบนะคะ จะได้เห็นผลจริง ครูสุดา: ดีมากค่ะ ครูนก ช่วยจดเป็นแผนงานนะคะ ขอสรุปเป็นตาราง ครูนก: ค่ะ [สรุปแผนงาน] สัปดาห์ที่ ๑ (๒๒-๒๖ ก.ค.) : ครูปู่สังเกตการสอน ม.๒/๑ ๑ คาบ สัปดาห์ที่ ๒ (๒๙ ก.ค.-๒ ส.ค.): ครูปู่ + ครูอ้อม ร่วมออกแบบใบงาน Bar Model ๑ ชุด สัปดาห์ที่ ๓-๔(๕-๑๖ ส.ค.) : ครูอ้อมใช้จริงในห้อง ครูปู่เข้าสังเกต ๒ ครั้ง สัปดาห์ที่ ๕ (๑๙-๒๐ ส.ค.) : เก็บ post-test + วิเคราะห์ข้อมูล PLC ครั้งที่ ๑๑ (๒๑ ส.ค.) : นำเสนอผล + อภิปรายร่วม ครูสุดา: ทุกคนเห็นด้วยไหมคะ ครูใหม่: เห็นด้วยค่ะ ครูนก: เห็นด้วยค่ะ ครูปู่: เห็นด้วยครับ ครูอ้อม: เห็นด้วยค่ะ จะพยายามทำให้ดี ครูสุดา: ขอบคุณครูอ้อมที่กล้านำปัญหามาคุยนะคะ และขอบคุณครูปู่ที่แบ่งปันเทคนิค ถ้าได้ผลจริง เราจะขยายไปใช้กับครูคนอื่นในกลุ่มสาระด้วย ================================================================ [27:00 – 30:00] ประเด็นอื่นและปิดประชุม ================================================================ ครูสุดา: มีประเด็นอื่นอีกไหมคะ ครูปู่: ครับ เรื่องเด็ก ๓ คนที่ไม่เข้าใจ ม.๑/๒ ที่ผมบอกเมื่อกี้ ผมว่าเราน่าจะตั้งระบบช่วยเหลือรายคนครับ ชั่วโมงพัก หรือหลังเลิกเรียน ครูสุดา: ดีค่ะ แต่ขอไปคุยกับฝ่ายวิชาการก่อนนะคะ ไว้ครั้งหน้าค่อยคุยกันต่อ ขอจดเป็นประเด็นค้างไว้ ครูนก: จดแล้วค่ะ ครูใหม่: หนูมีเรื่องเล็กๆ ค่ะ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม มีอบรมออนไลน์ฟรีของ สสวท. เรื่องการสอนคณิตแบบ problem-based อยากให้กลุ่มสาระไปกันเยอะๆ ค่ะ ครูสุดา: แจ้งในไลน์กลุ่มได้เลยค่ะ ครูใหม่: ค่ะ ครูสุดา: ถ้าไม่มีเรื่องอื่น ขอปิดประชุมนะคะ ครูปู่กับครูอ้อม ไปดูตัวอย่าง Bar Model กันต่อ ครูนก ขอบคุณที่จดค่ะ ช่วยส่งรายงานในไลน์กลุ่มภายในวันศุกร์นะคะ ครูนก: ค่ะ ครูสุดา: ขอบคุณทุกคนค่ะ เจอกัน PLC ครั้งที่ ๘ วันพุธหน้านะคะ [ปิดประชุม ๑๖:๐๐ น.] ================================================================ END OF TRANSCRIPT ================================================================